
เคยถามตัวเองกันไหมว่า สิ่งที่เราเลือกเรียนหรือเลือกประกอบอาชีพเป็นสิ่งที่เรารักแล้วจริงไหม หรือเราทำไปตามกระแสสังคม เพราะเงิน เพราะเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เรามีความสุขกับมันแล้วจริงหรือ
หลายต่อหลายคนกล่าวไว้ว่า การได้ทำในสิ่งที่ตนรักแล้วสามารถเลี้ยงชีพจากสิ่งนั้นได้ด้วย นับเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดแล้วหนึ่งในนั้นคือ สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs) ผู้ก่อตั้ง Apple กล่าวว่า เขาโชคดีที่ค้นพบตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อย เขาจึงสามารถเริ่มต้นความฝันของเขาได้เร็ว ใครที่ทราบชีวประวัติของเขา จะรู้ดีว่า เขาได้พบเจออุปสรรคมากมายในชีวิต แต่สิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้ก้าวผ่านอุปสรรคนั้นก็คือ เขารักในสิ่งที่ทำ ซึ่งทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างมาก
แง่คิดดีๆ ของ สตีฟ จอบส์ จากสุนทรพจน์ที่ฝากถึงบัณฑิตใหม่ของ Stamford University
“เวลาของคุณมีอยู่จำกัด เพราะฉะนั้นจงอย่าเสียเวลาใช้ชีวิตในแบบที่คนอื่นต้องการ อย่ายึดติดกับค่านิยมต่างๆ เพราะมันเป็นเพียงผลพวงจากความคิดของคนอื่นๆ อย่าให้เสียง และความเห็นของคนอื่นๆ กลบเสียงจากใจของคุณ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จงมีความกล้าที่จะทำตามหัวใจและสัญชาติญาณของคุณ เพราะทั้งสองสิ่งนั้นเหมือนจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าคุณต้องการจะมีอนาคตอย่างไร เรื่องอื่นๆเป็นเรื่องที่สำคัญรองลงไป”
ฟังสุนทรพจน์เต็มๆของ สตีฟ จอบส์ ได้ที่
จงหิวกระหายและโง่เขลาอยู่เสมอ โดย สตีฟ จอบส์ |
แล้วสำหรับผู้ที่ยังหาความฝันของตัวเองไม่เจอล่ะ ไม่ต้องตกใจไป เพราะทีมงานทรูปลูกปัญญามีเทคนิคง่ายๆ มานำเสนอ ซึ่งเป็นเทคนิคดี ๆ ที่แบ่งปันโดยคุณ Leo Babauta เจ้าของ Zen Habits Blog ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้หาเลี้ยงชีพจากสื่งที่ตนรัก และ confirm ว่ามันวิเศษจริงๆ
เทคนิคนี้อาจจะไม่ได้ครอบคลุม หรือช่วยฟันธงความฝันของเรา แต่แน่นอนว่า มันจะเป็นตัวช่วยในระหว่างทางที่เรากำลังตามหาความฝัน มาเริ่มเดินทางกันเลย!!
1. คิดถึงสิ่งที่เราถนัด - ลองนึกดูสิว่า เราถนัดทำอะไร หรือมีความสามารถพิเศษอะไร อาจจะเป็นกิจกรรมที่เราเคยทำได้ดีในตอนเด็กๆ เช่น วาดรูป เขียนหนังสือ ปลูกต้นไม้ ขายของ เป็นนักพูด นักวางแผน ประสานงานต่างๆ ลองใช้เวลาสัก 30 นาทีในการคิดย้อนกลับไปในสิ่งที่เราทำได้ดีแต่อาจจะหลงลืมไปบ้าง ทั้งในเรื่องการทำงาน, งานอดิเรก,โปรเจคต่างๆ แล้วลองเขียน list ออกมา มันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในความฝันของเราก็ได้
2. คิดถึงสิ่งที่ทำให้เราตื่นเต้น- อาจจะเป็นบางอย่างในหน้าที่การงานหรือในงานอดิเรก บางสิ่งที่เราทำในฐานะจิตอาสา ฐานะพ่อแม่ แฟน หรือเพื่อน หรือบางสิ่งที่เราไม่ได้ทำมาสักพักแล้ว ลองใช้เวลาคิด 15-30นาที และเขียน list ออกมา (ถ้าคิดไม่ออก อาจจะเป็นเพราะว่าเราไม่ค่อยได้เปลี่ยนแปลงตัวเองเท่าไหร่)
3. ชอบอ่านเกี่ยวกับอะไร - ลองสังเกตดูสิว่าเราชอบอ่านอะไร แนวไหน ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ, magazine, blog, website ที่ชอบ และหมวดไหนในร้านหนังสือที่เรามักจะไปคลุกตัวอยู่เป็นประจำ อาจจะมีหลายหมวดหมู่ที่เราชอบอ่าน ก็เติมลงไปใน list ได้เช่นกัน
4. อาชีพในฝันของเรา - เราอาจจะมีอาชีพในฝันที่อาจจะดูขำๆ สำหรับเรา เช่น อยากเป็นศิลปิน นักเขียนนิยาย นักออกแบบ สถาปนิก หมอ นักธุรกิจ โปรแกรมเมอร์ แต่ด้วยความกลัว หรือ ความไม่มั่นใจอะไรก็แล้วแต่ที่อาจทำให้เราไม่กล้าทำตามฝันนั้น ให้เขียนสิ่งเหล่านี้ลงไปใน list โดยไม่ต้องคำนึงถึงความเป็นจริง
5. เรียนรู้และศึกษา – คราวนี้ก็มาดู list ในมือของเรา หยิบมาหนึ่งอย่างที่ทำให้เราตื่นเต้นที่สุด นี่เป็นตัวเลือกตัวแรกของเรา และจงศึกษามัน พยายามคุยกับคนที่ประสบความสำเร็จในด้านนั้นๆ (ไม่ว่าจะเป็นการคุยผ่าน blog หรือ email ก็ได้) จากนั้น จดสิ่งที่เราต้องการปรับปรุงหรือเรียนรู้เพิ่มเติม,รายชื่อบุคคลที่ต้องไปคุยด้วย แต่อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานก่อนที่จะก้าวไปในขั้นตอนต่อไป
6. ลองทำและพยายาม – ขั้นตอนนี้แหละที่เป็นการเริ่มต้นการเรียนรู้อย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เริ่มเรียนรู้ ก็ให้เริ่มจากตัวเลือกแรกของเรา แต่สำหรับผู้ที่ลองทำไปแล้ว อาจจะข้ามไปลองในตัวเลือกที่ 2 เลยก็ได้ แต่ยังไงก็ควรเริ่มให้เร็วที่สุด อาจจะเริ่มทำแบบส่วนตัวที่บ้าน แต่ถ้าเป็นไปได้ก็เปิดตัวสู่สาธารณะไปเลย ซึ่งจะทำให้เราได้เป็นที่รู้จัก ได้feedback หรือข้อเสนอแนะต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุง ลองสังเกตความรู้สึกของเราที่เกิดขึ้นจากการทำสิ่งนั้น ดูซิว่ามันเป็นสิ่งที่เรารอคอยที่จะทำ,สร้างความตื่นเต้นให้เรา และเรารักที่จะแบ่งปันมันรึเปล่า
7. คัดตัวเลือกให้เหลือน้อยที่สุด – ขอแนะนำให้เลือกประมาณ 3-5 อย่างจาก list ของเรา เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาในการทดลองเป็นเดือนๆ สิ่งที่เราต้องถามตัวเองในตอนนี้คือ อะไรทำให้เราตื่นเต้นมากที่สุด อะไรที่ทำให้คนยอมที่จะควักกระเป๋าจ่ายหรือตื่นเต้นกับมัน อะไรที่ทำให้เรามองเห็นตัวเองทำสิ่งนี้ไปได้เป็นปีๆ (แม้มันจะไม่ใช่อาชีพตามกระแสก็ตาม) ให้เลือกมา 1-2 ตัวเลือกเท่านั้น อีก 3 ขั้นตอนต่อไปที่จะต้องทำ คือ ขจัดความกลัว, หาเวลา,และทำมันให้เป็นอาชีพถ้าเป็นไปได้ ถ้าลองแล้วมันไม่ work ก็ให้เลือกทำในตัวเลือกต่อไปใน list มันไม่น่าอายที่ลองผิดลองถูกเพราะเราจะได้บทเรียนที่มีคุณค่าและช่วยสร้างความสำเร็จในอนาคตได้
8. ขจัดความกลัว - การกลัวความล้มเหลว หรือ ความไม่มั่นใจในตนเอง เป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่เลยแหละ แต่เราก็ต้องเผชิญหน้ากับมันและต้องขจัดมันไปให้ได้ ข้อแรก จงยอมรับมันแทนที่จะปฏิเสธมัน ข้อสอง เขียนมันลงไปบนกระดาษ เพื่อที่จะดึงความรู้สึกนั้นออกมาจากตัวเรา ข้อสาม ให้รู้สึกกับมันและรู้สึก ok ที่ต้องมีมันอยู่ด้วย ข้อสี่ ถามตัวเองว่า อะไรคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้น ข้อห้า เตรียมตัวที่จะต้องเผชิญกับสิ่งนั้นและลงมือทำ แค่ค่อยๆ ก้าวเล็กๆไปทีละก้าวและลืมสิ่งเลวร้ายที่จะเกิดขึ้น ให้อยู่กับสิ่งที่ทำในปัจจุบัน ให้รางวัลกับตัวเองบ้างแม้ว่าจะเป็นความสำเร็จเล็กๆน้อยๆก็ตาม
9. หาเวลา - อย่าบอกว่าไม่มีเวลาที่จะไล่ตามความฝันนี้ จงสร้างเวลา เพราะถ้ามันเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ เราจะต้องให้เวลากับมันได้ ลองจัดระเบียบชีวิตตัวเองจนเรามีเวลาในการทำสิ่งนั้น อาจจะหมายถึง การที่เราต้องตื่นเร็วขึ้น ต้องทำมันหลังเลิกงาน หรือระหว่างช่วงพักกลางวันหรือช่วงวันหยุด หรือการที่ต้องยกเลิกอะไรบางอย่าง หรือต้องทำมันอย่างหนักล่วงหน้า (เหมือนที่ต้องทำงานล่วงหน้าก่อนลาพักร้อน)
10. จะหาเลี้ยงชีพกับสิ่งที่เรารักได้อย่างไร - แน่นอนว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ข้ามคืน เราต้องลงมือทำ มีความถนัดที่จะทำและหลงใหลที่จะทำมัน อาจจะใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี แต่ถ้าเราสนุกกับมัน นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเมื่อถึงจุดที่ผู้คนยอมจ่ายให้กับมัน นั่นถือว่าเราได้กำไร มีหลากหลายหนทางที่สามารถหาเลี้ยงชีพกับสิ่งที่เรารักได้ เช่น การเป็น freelance, เป็นที่ปรึกษา ขอแนะนำให้ใช้โลก Social media ให้เป็นประโยชน์ อาจเริ่มต้นจากการเขียน Blog หรือ facebook ซึ่งเป็นช่องทางในการแสดงผลงานและความปรารถนาของเราสู่สาธารณะ ช่วยสร้างชื่อเสียง รวมถึงพบเจอผู้ที่มีความสนใจในผลงานของเรา
การได้ทำในสิ่งที่ตนรักก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่การจะค้นพบสิ่งที่ตนรักนั้นยากยิ่งกว่า มันต้องอาศัยการไตร่ตรองและการค้นหาจิตวิญญาณเป็นอย่างมาก ต้องเริ่มต้นจากความกล้าหาญ การเรียนรู้และการลองผิดลองถูก และความรับผิดชอบอย่างมากมายในตอนท้าย
แต่บอกได้เลยว่ามันคุ้มค่ามากที่จะทำ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เราจะพบสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเรา ทำให้เราอยากกระโดดออกจากเตียงเพื่อตื่นขึ้นมาทำมันในทุกๆวัน ทำให้เรามีความสุขถึงแม้ว่างานนั้นจะหนักแค่ไหนก็ตาม
ทีมงานทรูปลูกปัญญาหวังว่าเทคนิคเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการช่วยทุกคนให้ค้นพบตัวเองโดยเร็ววัน
ขอฝากไว้ว่า ชีวิตของเราใช้เวลาไปกับการทำงานเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น จงเลือกทำงานในสิ่งที่เรารัก และเราจะมีความสุขกับมัน เสมือนว่าการเล่นกับการทำงานเป็นสิ่งเดียวกัน โชคดีในการเดินทางค้นหาตัวเองค่ะ
ขอฝากไว้ว่า ชีวิตของเราใช้เวลาไปกับการทำงานเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น จงเลือกทำงานในสิ่งที่เรารัก และเราจะมีความสุขกับมัน เสมือนว่าการเล่นกับการทำงานเป็นสิ่งเดียวกัน โชคดีในการเดินทางค้นหาตัวเองค่ะ
ในขั้นตอนที่5 อาจจะลองศึกษาชีวิตของเหล่าผู้ที่ประสบความสำเร็จจากหลากหลายสาขา เพื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการเลือกเส้นทางชีวิต อาจจะมีสักคนที่ตรงใจเรา จากสื่อเหล่านี้
คนต้นแบบ บทสัมภาษณ์บุคคลต้นแบบที่เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต
พี่แนะน้องบทสัมภาษณ์ของรุ่นพี่หลากหลายอาชีพมาแนะนำสถาบันการศีกษาและแนะแนวอาชีพ
รายการ I AMรายการแนะแนวอาชีพ และแนะแนวการศึกษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ถ่ายทอดผ่านผู้ประสบความสำเร็จในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และเปิดมุมมองที่รอบด้านของทุกสาขาอาชีพ นำเสนอเส้นทางการศึกษาของสาขาวิชาชีพนั้น ๆ รวมทั้งพาไปชมบรรยากาศการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยเพื่อให้นักเรียนมัธยมได้ค้นพบและตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง
รายการอาชีพนอกกระแส
นำเสนอเรื่องราวของอาชีพที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลักของสังคม พาไปทำความรู้จักแบบเจาะลึก ติดตามเรียนรู้การทำงาน กระบวนการคิด ร่วมพูดคุยและแบ่งปันแรงบันดาลใจเพื่อจุดประกายแนวทางการเลือกอาชีพ และเป้าหมายในชีวิตให้กับเยาวชน |
Sign up here with your email

ConversionConversion EmoticonEmoticon